สารจากคณะกรรมการ
|

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในช่วงปีบัญชี 61/62 (1 เมษายน 2561 – 31 มีนาคม 2562) ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน การเติบโตในหลายภูมิภาคไม่สอดคล้องกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) และ การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับเศรษฐกิจไทยปีที่ผ่านมาขยายตัวร้อยละ 4.1 แม้ว่าเศรษฐกิจในภาพใหญ่ฟื้นตัวได้ดี ทั้งจากการขยายตัวจากการบริโภคและการลงทุนจากภาคเอกชนในประเทศ และ การใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ยังมีผลกระทบจากการชะลอตัวของการส่งออกสินค้า และ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลกจึงได้รับผลกระทบทั้งบวกและลบ

ในฐานะของคณะกรรมการบริษัทเห็นว่า การดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ การตั้งราคาขายสินค้าที่เหมาะสม ตลอดจนวิธีการทำการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ นั้น ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถรับมือจากความผันผวนของเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผลประกอบการปี 61/62 มีรายได้จากการขายรวม 10,579.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 และมีกำไรสุทธิรวม 903.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้จากการขายสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นมาจากทั้ง 3 ธุรกิจหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์มีรายได้เพิ่มขึ้นจากสินค้าใหม่และการขยายธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 61/62 จากการทำตลาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารและสินค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามกลุ่มบริษัทพยายามบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยในปีบัญชีนี้ได้บันทึกค่าใช้จ่ายจากการตั้งสำรองทางบัญชีที่เพิ่มขึ้นจากภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานจำนวนหนึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไข โดยอีกส่วนหนึ่งของการตั้งสำรองดังกล่าวจะถูกบันทึกลงในค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายจากการสร้างสาขาร้านค้า การทำการตลาดของธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ในต่างประเทศซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ จากการพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 61/62 ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 224 ล้านบาท โดยได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 และมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 61/62 เพื่อขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 392 ล้านบาท หากรวมทั้งปีจะมีการจ่ายปันผลรวม 616 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 68.75 ของผลกำไรสุทธิ (Payout ratio)

ความสำเร็จของกลุ่มบริษัท คือ การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายระดับโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

องค์กรแห่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ (Creative Innovation Organization)

บริษัทตระหนักดีว่านวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เติบโตอย่างยั่งยืนและอยู่ได้กับทุกการเปลี่ยนแปลง นอกเหนือ จากการพัฒนาและค้นคว้าวิจัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ในปีที่ผ่านมาบริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ได้จัดโครงการแข่งขัน “Idea can do” เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานของกลุ่มบริษัทร่วมส่งแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถนำมาสร้างสรรค์สินค้าเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคได้จริงโดยมีพนักงานเข้าร่วมโครงการ 32 ทีม โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนนวัตกรรม EPG

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทตระหนักถึงปัญหาการจัดการเกี่ยวกับขยะพลาสติกในปัจจุบัน โดยบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาขยะพลาสติก โดยการออกแบบสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเตรียมความพร้อมเกี่ยวเทคโนโลยีการผลิตที่รองรับวัตถุดิบประเภทพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ซึ่งสามารถนำมาผลิตสินค้าได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในเครื่องจักรใหม่

การทำธุรกิจในตลาดโลก (Global Market)

ช่วงปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทลงทุนขยายธุรกิจหลายกลุ่มในต่างประเทศเพื่อรองรับการเติบโต ได้แก่ Aeroflex USA Inc. สหรัฐอเมริกา ลงทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายสายการผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติความเร็วสูง รองรับความต้องการของตลาดในสหรัฐอเมริกา บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ร่วมทุนจัดตั้งบริษัท Aeroklas Duys (Pty) Ltd. ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ให้กับลูกค้า OEM และ ลูกค้ารายย่อยทั่วไป ในประเทศแอฟริกาใต้ เนื่องจากตลาดชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ในประเทศแอฟริกาใต้ มีการเติบโตสูงขึ้นจากการสนับสนุนของรัฐบาล อีกทั้งเป็นฐานการส่งออกสินค้าไปสู่ทวีปยุโรป

การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (To create Sustainable Growth)

การเติบโตของบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะเติบโตขึ้นด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์พัฒนาสินค้าคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อสังคมและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ในนามของคณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณ พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้สนับสนุนในทุกๆ ด้านที่ให้การสนับสนุนและให้ความไว้วางใจกลุ่มบริษัทด้วยดีเสมอมา และ ขอให้เชื่อมั่นว่าบริษัทมีเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจให้เจริญเติบโตบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ

 

นายวัชรา ตันตริยานนท์
(ประธานกรรมการ)

ดร. ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)